ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญจากการลดลงของของภาวะเจริญ
พันธุ์ การยืนยาวของอายุชัย และการขยายตัวต่อเนื่องของประชากรสูงอายุ สถิติประชากรทางการทะเบียน
ราษฎรพบว่าประชากรไทยลดลงเหลือ 65.95 ล้านคนในปี 2567 และคาดว่าในอีก 60 ข้างหน้าหรือปี 2626
จะมีประชากรเหลือเพียง 33 ล้านคน (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ, 2566) โดยจำนวนเกิดต่ำกว่า
500,000 คนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2492 ขณะที่จำนวนตายสูงกว่าจำนวนเกิด ทำให้การเติบโตตามธรรมชาติ
เป็นลบ อัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) ลดลงเหลือ 1.0 ซึ่งต่ำกว่าญี่ปุ่น (1.2) และสิงคโปร์ ทำให้ไทยเข้าสู่สถานะ
ประเทศที่มีภาวะเจริญพันธุ์ต่ำเป็นพิเศษ (ultra-low fertility)
ในด้านผู้สูงอายุ ข้อมูลจากกรมการปกครอง ณ ปี 2567 ระบุว่าประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
13.74 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 20.83 ของประชากรทั้งหมด ทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยอย่าง
สมบูรณ์" (complete aged society) แล้วอย่างเป็นทางการ และจากการคาดประมาณของสถาบันบัณฑิต
บริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ (2566) ประเทศจะเต็มไปด้วยผู้สูงวัย (65+) เพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านคนในปี 2566 เป็น 18
ล้านคนในปี 2625 โดยสัดส่วนประชาการวัยจากมากกการ์ลรละ 50 ของปวะจาการทั้งเกรทั้งเทรทททท
ทั้งนี้จากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าดัชนี
การสูงอายุอยู่ที่ 127.4 หมายความว่าผู้สูงอายุมีมากกว่าเด็กถึง 1.27 เท่า และอัตราการเป็นภาระอยู่ที่ 31.1
คือวัยทำงาน 100 คนต้องดูแลผู้สู้สูงอายุประมาณ 31 คน เพิ่มขึ้นจาก 10.7 ในปี 2537 เกือบ 3 เท่าใน 3
ทศวรรษ
คำถามสำคัญที่สังคมไทยต้องตอบจึงไม่ใช่เพียง "จะมีคนเกษียณกี่คน" แต่รวมถึง "ผู้เกษียณจะมี
สุขภาพดีหรือไม่ดี" "จะมีศตวรรษิกชน (centenanan) กี่คน" และ "ผู้เตรียมเกษียมควรเตรียมตัวอย่างไร"
บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ได้แก่ (1) รวบรวมและเปรียบเทียบการคาดประมาณ (projection)
ประชากรวัยเกษียณแยกตามกลุ่มอายุ 5 ปี ตั้งแต่ 65 ปีจนถึง 100 ปีขึ้นไป (2) ทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับ
สุขภาพของผู้สูงอายุวัยเกษียณและศตวรรษิกชน (centenarian) ทั้งในไทยและต่างประเทศ (3) วิเคราะห์
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (4) เสนอแนะแนวทางสำหรับผู้เตรียมเกษียณทั้งในระดับ
บุคคลและระดับนโยบาย
ในบทความนี้ "วัยเกษียณ" หมายถึงประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์ที่ใช้ในการคาด
ประมาณของ UN World Population Prospects และเป็นเกณฑ์ที่ใช้กันแพร่หลายในระดับสากล อย่างไรก็
ตาม เนื่องจากอายุเกษียณราชการของไทยอยู่ที่ 60 ปี ข้อมูลบางส่วนจึงอ้างอิงผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปตามบริบท
ของแหล่งข้อมูลไทย โดยจะระบุไว้อย่างชัดเจน ส่วน "ศตวรรชิกชน" (centenarian) หมายถึงบุคคลที่มีอายุ
100 ปีขึ้นไป
สำหรับการคาดประมาณประชากรวัยเกษียณมาจาก 2 แหล่งหลัก คือ สำนักงานสภาพัฒนาการ
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) และ United Nations World Population Prospects 2024
(Medium variant) โดยนำเสนอข้อมูล ณ จุดเวลา 5, 10, 15 และ 20 ปีข้างหน้า (ค.ศ. 2025, 2030, 2035,
2040) สำหรับ NESDC และขยายถึงปี 2050 สำหรับ UN WPP ในส่วนของการทบทวนวรรณกรรม ครอบคลุม
ทั้งงานวิจัยไทยและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ สุขภาพ ศตวรรษิกชน และระบบดูแลระยะยาว