ทุกวันนี้เราน่าจะได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ว่า สังคมไทยเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว เราอาจจะได้ยินจนเคยชินโดยอาจจะมองข้ามไปว่าความหมายของการเป็นสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์มันกระทบตัวเราทุกคน มากบ้างหรือน้อยบ้างแตกต่างกันไป
ขอให้เราลองนึกภาพว่าการเกิดเป็นมนุษย์และมีชีวิตอยู่ในสังคมแบบปัจจุบัน เราต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางสังคมอะไรบ้าง เมื่อเป็นเด็ก เราก็เสี่ยงที่จะได้รับการเลี้ยงดูแบบไม่ถูกหลักโภชนาการ เสี่ยงที่จะถูกทอดทิ้ง เสี่ยงที่จะถูกสังคมเอาเปรียบ เสี่ยงที่จะขาดการสั่งสมความรู้ พอถึงวัยทำงาน เราก็เสี่ยงที่จะไม่ได้ทำงานที่อยากจะทำ เสี่ยงที่จะหารายได้ไม่พอกับการดูแลตนเองและครอบครัว พอถึงหลังวัยทำงานหรือวัยเกษียณ เราก็เสี่ยงกับการขาดรายได้หรือมีเงินออมที่เพียงพอ เสี่ยงที่ร่างกายจะอ่อนแอลง เสี่ยงที่จะขาดคนดูแล นอกจากนี้ คนทุกช่วงวัยก็เสี่ยงที่จะเจ็บป่วยด้วยเหตุต่างๆ ด้วยโอกาสที่แตกต่างกันไปแต่ละคน แต่ความเสี่ยงของการเข้าสู่วัยเกษียณเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ เพราะตามวงจรชีวิตด้วยกฎของธรรมชาติ เราจะต้องไปถึงวันที่อายุทางกายภาพเข้าสู่ปีที่ 60 ถ้าเราไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเสียก่อน ความแน่นอนของวงจรชีวิตนี้ได้เตือนให้ทุกคนเตรียมการให้ดีล่วงหน้า
การเป็นสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ในประเทศไทย เห็นได้จากการมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพียงร้อยละ 6.8 ในปี 2537 เพิ่มเป็นร้อยละ 20 ในปี 25671 การเพิ่มนี้เป็นผลสะสมมาจากการที่มีอัตราการเกิดลดลง และคนมีอายุยืนยาวขึ้น จนทำให้สัดส่วนประชากรวัย 60 ปีขึ้นไปต่อประชากรเด็ก (อายุต่ำกว่า 15 ปี) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23 เป็นร้อยละ 127 ในช่วงเวลาเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรนี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้านเศรษฐกิจและสังคม และได้เพิ่มความเสี่ยงทางสังคมให้กับคนทุกช่วงวัยมากยิ่งขึ้น ในบทความนี้ขอเน้นกรณีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางรายได้ที่ทุกคนต้องเผชิญเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ