บทความฉบับนี้เป็นข้อสรุปจากการสัมมนา "เรื่อง อนาคตเกษตรและอาหารไทย : ทางรอดทางเลือกและโอกาสใหม่ในโลกที่เปลี่ยนแปลง จัดโดยมูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ เชียงใหม่และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 (ดูเอกสารประกอบการ
สัมมนา https://tdri.or.th)
ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งภายนอกและภายในที่ทำให้ผลิตภาพการผลิตรวม (Total factor productivity) เพิ่มข้ากว่าคู่แข่ง ความสามารถในการแข่งขันลดลง ความท้าทายภายในประเทศเกิดจากเกษตรกรไทยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ การขาดแคลนแรงงาน ความไม่มั่นคงด้าน
น้ำชลประทานและปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งที่รุนแรงขึ้น โรคระบาด เงินลงทุนของรัฐด้านการวิจัยในภาคเกษตรและอาหารลดน้อยลง ระบบการให้ทุนวิจัยเป็นเบี้ยหัวแตก การส่งเสริมการเกษตรที่มีรัฐเป็นผู้ให้บริการ แต่ไม่ตรงกับความต้องการและความจำเป็นของเกษตรกร ส่วนความท้าทายภายนอกที่
สำคัญ คือ เกษตรไทยถูกผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศหนักที่สุดประเทศหนึ่งนอกจากนั้นการค้าโลกยังมีแนวโน้มสู่การปกป้องคุ้มครองสูงขึ้น
บทความของนิพนธ์ พัวพงศกรอธิบายและวิเคราะห์ทางเลือกในอนาคตสำหรับเกษตรกรไทย 3 ทาง ได้แก่ (1) การรวมเกษตรกรเพื่อผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานและสินค้ามูลค่าสูง รวมทั้งการเพิ่มบทบาทด้านการเป็นตัวกลางเพื่อทำธุรกิจการรวบรวมผลผลิต จัดเก็บและโลจีสติกส์ที่จะช่วยเพิ่ม
รายได้ โดยอาศัยการร่วมมือกับภาคเอกชน (2) การขยายพื้นที่การทำเกษตรที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตและรายรับต่อไร่สูงขึ้น และ (3) การย้ายแรงงานส่วนเกินออกจากภาคเกษตรให้เหลือเพียง 8-10% ของแรงงานทั่วประเทศ โดยให้ย้ายออกไปทำงานนอกภาคเกษตรที่มีรายได้สูงกว่ารายได้จากเกษตร แต่จะต้องเป็นงานที่อยู่ใกล้บ้าน ไม่ต้องอพยพไปไกลๆ หรือไปต่างประเทศ ถ้าทำสำเร็จ รายได้ต่อหัวของเกษตรกรจะใกล้เคียงกับรายได้ต่อหัวของแรงงานนอกภาคเกษตร เพราะภาคเกษตรสร้างรายได้ (GDP) เพียง 8-9% ความเหลื่อมล้ำระหว่างรายได้ต่อหัวในภาคเกษตรกับนอกจากภาคเกษตรจะหมดไป นอกจากนั้นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะสูงกว่าปัจจุบันที่โตเพียง 2-2.5% ต่อปี)
บทความนี้จะยกตัวอย่างรูปธรรมความสำเร็จของทางเลือกที่ (1) และ (2) ที่เกิดจากประสบการณ์จริงของเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตร ประเด็นสำคัญเชิงนโยบาย คือ เราจะขยายจำนวนความสำเร็จของเกษตรกร กลุ่มเกษตร และผู้ประกอบการธุรกิจอาหารแปรรูปได้อย่างไร รัฐควรมีนโยบายและมาตรการสนับสนุนอย่างไรตอนที่ 2 จะสรุปบทวิเคราะห์จุดอ่อน ข้อจำกัดในภาคเกษตร และความท้าทายต่อภาคเกษตร
ไทย ที่มาจากบทความของนิพนธ์ พัวพงศกร (https://tdri.or.th) ตอนที่ 3 อธิบายเหตุผลที่เกษตรกรและภาคเกษตรไทยต้องปรับตัว และปัจจัยที่เป็นโอกาสใหมในการปรับตัว ตอนที่ 4 อธิบายเรื่องความสำคัญของมาตรฐานฟาร์ม (Good Agricultural Practices) และเกษตรแปลงใหญ่ โดย
ยกตัวอย่างความสำเร็จในการรวมกลุ่มเกษตรกร และการร่วมมือกับภาคเอกชน ได้แก่ ตัวอย่างโครงการข้าวหงษ์ทองที่ใช้มาตรฐาน SRP และความสำเร็จของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยที่ลพบุรี ตอนที่ 5 เป็นเรื่องบทบาทของ SME ด้านอาหารแปรรูปที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการรังสรรค์มูลค่าสินค้า และตอนสุดท้ายเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย