นโยบายสาธารณะและความพึงพอใจในชีวิตของคนไทย 4.0 (ระยะที่ 1)

โครงการการพัฒนาผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมในอาสาสมัครเยาวชน
14/10/2020
โครงการโมเดลทางเลือกในการพัฒนาคนไทย 4.0 บนพื้นที่สูงในภาคเหนือตอนบน
21/10/2020

นโยบายสาธารณะและความพึงพอใจในชีวิตของคนไทย 4.0 (ระยะที่ 1)

รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ และคณะ

 

          การสำรวจความพึงพอใจในชีวิตเป็นเครื่องมือที่นิยมในการใช้วัดคุณภาพชีวิตของคนในประเทศหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในชีวิตนั่นคือนโยบายสาธารณะ เช่น ประชาชนในประเทศที่มีระบบสวัสดิการสังคมที่ดีมักมีความพึงพอใจในชีวิตสูงกว่าประเทศอื่น นอกจากนั้นแล้วการศึกษาความพึงพอใจในชีวิตยังช่วยในการประมาณ “ราคาเงา” ของสินค้าหรือบริการที่ไม่มีตลาด ราคาเงาช่วยบอกว่าคนในสังคมให้คุณค่ากับสิ่งที่ถูกประเมินมากน้อยเพียงใดเมื่อเปรียบเทียบอรรถประโยชน์ที่ได้จากเงินตรา ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ เยอรมัน ออสเตรเลีย ได้มีการสำรวจความพึงพอใจในชีวิตของคนในประเทศเป็นประจำ เพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต และการออกแบบนโยบายสาธารณะ ในขณะที่ประเทศไทยมีวัฒนธรรม บรรทัดฐานทางสังคม รวมไปถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงอาจทำให้ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในชีวิตแตกต่างออกไป

          การศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในชีวิตได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินราคาเงาของสิ่งแวดล้อม หรือกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งเป็นการวิเคราะห์หามูลค่าของสิ่งแวดล้อมหรือกิจกรรมทางสังคมที่มีคุณค่าต่อสาธารณะ แต่สิ่งแวดล้อมหรือกิจกรรมเพื่อสังคมเหล่านั้นไม่มีราคาตลาด การประเมินราคาเงานั้นช่วยบ่งบอกว่าคนในสังคมให้คุณค่ากับสิ่งที่ถูกประเมินมากน้อยเพียงใด เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าของเงินตรา และทำให้เราสามารถวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ของโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมออกมาเป็นมูลค่าของเงินตราได้ และสามารถช่วยทำให้เราทราบว่าคนไทยให้คุณค่า (มูลค่า) กับพฤติกรรมหรือสถานการณ์ทางสุขภาพ สังคม และวัฒนธรรมอย่างไร คนไทยที่เกิดในแต่ละช่วงปีอาจมีความคิด ทัศนคติ และการให้คุณค่าต่อเหตุการณ์ในชีวิตที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความพึงพอใจในชีวิตและความชอบต่อนโยบายสาธารณะที่แตกต่างกัน การวิเคราะห์ราคาเงาโดยคำนึงถึงความแตกต่างของคนระหว่างรุ่น เช่น รุ่น Baby Boomer อายุ 56 – 74 ปี Gen X มีอายุ 40 – 55 ปี และ Gen Y มีอายุ 24 – 39 ปีในปี พ.ศ. 2562 ช่วยให้เข้าใจคนไทยยิ่งขึ้นในการให้คุณค่ากับ หลากหลายมิติที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต ความเข้าใจเหล่านี้จะช่วยในการออกแบบนโยบายสาธารณะได้ตรงกับความชอบของคนแต่ละรุ่น

          การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ (1) ประยุกต์แนวคิดความพึงพอใจในชีวิตเพื่อวิเคราะห์ราคาเงา ของปัจจัยทางสุขภาพ สังคม และทุนทางสังคม และ (2) สำรวจความพึงพอใจในชีวิตของคนไทย ที่ครอบคลุมปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และบรรทัดฐานทางสังคม โดยเน้นความแตกต่างระหว่างรุ่น ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถนำไปวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และบรรทัดฐานทางสังคมต่อความพึงพอใจในชีวิตของคนไทย งานวิจัยนี้คาดว่าจะมีประโยชน์ดังนี้ (1) มีผลการประเมินมูลค่าของคนไทยที่ให้กับสถานการณ์และกิจกรรมทางสังคมที่ไม่มี “ราคาตลาด” แต่มี “คุณค่า” ทั้งต่อตนเองและสังคม การประเมินมูลค่าเหล่านี้ สามารถนำไปเป็นตัวแทนทางการเงินในการวิเคราะห์โครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคม (2) มีผลการสำรวจความ พึงพอใจในชีวิตของคนไทยที่ครอบคลุมทุกภาค ที่สามารถแสดงความแตกต่างของคนไทยระหว่างรุ่น ความแตกต่างในการให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ และทัศนคติต่อความไว้วางใจ ความเชื่อ วัฒนธรรม และบรรทัดฐานทางสังคม ที่มีต่อความพึงพอใจในชีวิต และ (3) มีผลการสำรวจที่สามารถนำไปวิเคราะห์ ความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และบรรทัดฐานทางสังคมต่อความพึงพอใจในชีวิตของคนไทย

 

ว- นโยบายสาธารณะและความพึงพอใจในชีวิตของคนไทย 4.0 (ระยะที่ 1)-วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ และคณะ (5.1 MiB, 50 downloads)