กลุ่มนโยบายสาธารณะและกฎหมาย>อ- สภาพเศรษฐกิจและภาระหนี้สินของครัวเรือนเกษตรบนพื้นที่สูง จังหวัดน่าน-อัครพงศ์ อั้นทอง และนิรันดร์ รักษ์ปาทาน
อ- สภาพเศรษฐกิจและภาระหนี้สินของครัวเรือนเกษตรบนพื้นที่สูง จังหวัดน่าน-อัครพงศ์ อั้นทอง และนิรันดร์ รักษ์ปาทาน
ผู้วิจัย : ดร.อัครพงศ์ อั้นทอง และ นายนิรันดร์ รักษ์ปาทาน   โพสต์ เมื่อ 13 เมษายน 2021

รายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพเศรษฐกิจและหนี้สินของครัวเรือนเกษตรในพื้นที่สูงของจังหวัดน่าน โดยใช้ตําบลนาไร่หลวง อําเภอสองแคว และตําบลเมืองจัง อําเภอภูเพียง เป็นตัวแทนครัวเรือนเกษตรในพื้นที่ชนบทและใกล้เมืองตามลําดับ ประเด็นศึกษาครอบคลุมลักษณะและแบบแผนการผลิตทางการเกษตรของครัวเรือนเกษตร ที่มาของรายได้และการใช้จ่ายในรอบปีของครัวเรือนเกษตร และภาระหนี้สินของครัวเรือนเกษตร โดยใช้แนวทางการวิจัยเชิงคุณภาพในการศึกษา

ผลการศึกษาพบว่า ครัวเรือนเกษตรส่วนใหญ่มีจํานวนแรงงานน้อยและเริ่มเข้าสู่ช่วงสูงวัย มีที่ดินทํากินประมาณ 3 แปลง รวมกันประมาณ 15-30 ไร่ ปลูกพืช 3-5 ชนิด (ส่วนใหญ่เป็นพืชไร่และไม้ผลเป็นหลัก) เพื่อให้มีรายรับหลายช่วงในรอบปี (ส่วนใหญ่พึ่งพารายได้จากพืชไร่ในช่วงปลายและต้นปีและจากไม้ผลในช่วงกลางปี) อย่างไรก็ตาม เกษตรกรบางรายมีการปรับตัวโดยการเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ทําให้มีรายรับเกือบตลอดท้ังปีเช่น พืชผัก ยางพารา มะนาว ปศุสัตว์เป็นต้น รวมทั้งการันตีความมั่นคงทางการอาหารด้วยการปลูกข้าวให้เพียงพอต่อการบริโภคตลอดทั้งปีขณะเดียวกันก็มีรายได้เสริมจากการประกอบอาชีพนอกภาคการเกษตรการมีเงินโอนจากสมาชิกในครัวเรือน เงินโอนจากภาครัฐอย่างไรก็ตามครัวเรือนเกษตรส่วนใหญ่มีรายได้ไม่พอเพียงกับการเพิ่มขึ้นของรายการรายจ่ายที่จําเป็น เช่น ค่าน้ํามันเชื้อเพลิงค่าโทรศัพท์ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุตรหลาน เป็นต้น จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุของการก่อหนี้นอกจากนี้การผลิตที่พึ่งพาเงินกู้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจนํามาสู่การเป็นหนี้ซ้ําซากของครัวเรือนเกษตร

มูลเหตุสําคัญแห่งหนี้สินของครัวเรือนเกษตร ได้แก่ 1) รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย เนื่องจากปัจจุบันครัวเรือนเกษตรกําลังเผชิญกับภาวะที่เรียกว่า “ไม้ผลแก่ ไม่มีแรงงานทําพืชไร่” ทําให้ครัวเรือนเกษตรเผชิญกับความเสี่ยงเกี่ยวกับการมีรายได้ลดลงในอนาคต ขณะที่ยอดการใช้จ่ายในรอบปียังคงอยู่ในระดับเดิม (ประมาณ 100,000-150,000 บาท/ครัวเรือน/ปี) และรายการจําเป็นบางรายการมีแนวโน้มการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะครัวเรือนที่มีบุตรหลาน ซึ่งการใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรหลานจะเพิ่มขึ้นตามระดับการศึกษาของบุตรหลานและ 2) การผลิตที่พึ่งพาเงินกู้ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่จะมีภาระหนี้สินที่กู้มาเพื่อการผลิตทางการเกษตรประมาณ 50,000-100,000 บาท/ครัว เรือน/ปีโดยจัดสรรเพื่อใช้ในการผลิตการทางเกษตรประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือนําไปใช้จ่ายในครัวเรือน ความเสี่ยงจากการขาดทุนและ/มีรายรับไม่เป็นไปตามที่คาดหมายทําให้เกษตรกรมีโอกาสที่จะไม่สามารถชําระคืนหนี้สินในส่วนนี้ได้และนํามาสู่การพอกพูนสะสมหนี้สินที่เป็นวัฏจักรของการเป็นหนี้ซ้ําซากนอกจากมูลเหตุทั้งสอง การลงทุนในทรัพย์สิน จํานวนแหล่งเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุตรหลาน (ทั้งเพื่อการศึกษาและ/ไม่ใช่) และการผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ต่างก็มีส่วนทําให้ครัวเรือนก่อหนี้เพิ่มขึ้น

การศึกษานี้ได้ให้ข้อเสนอแนะบางประการเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่มาจากมูลเหตุที่สําคัญทั้งสอง บนพื้นฐานของการส่งเสริมอาชีพทางเลือกที่นํามาสู่การมีรายได้ที่เพียงพอต่อรายจ่ายและการชําระหนี้สินที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของครัวเรือนเกษตรโดยเฉพาะในเรื่องของกําลังแรงงานและขนาดพื้นที่ที่ลดลง รวมถึงเงื่อนไขทางการตลาดที่เกี่ยวกับต้นทุนในเรื่องของโลจิสติกส์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

This report aims to study the economic conditions and debt of agricultural households in the highland of Nan province by using Na Rai Luang Subdistrict, Song Kwai District, Muean Chang Subdistrict, and Phu Piang District as the representative of agricultural households in rural areas and within proximity of the city, respectively. The study examines characteristics and patterns of agricultural production, sources of annual income and spending, including the debt burden of agricultural households by using a qualitative research approach.

Results of the study found that most agricultural households have a small number of workers, many of whom are ageing. They have three plots of arable land, approximately 15-30 rai, with 3-5 plants (mostly field crops and fruit trees) to generate income for several periods of the year. Most of them rely on field crops' income in the beginning and end of the year. However, some farmers have adapted, by increasing a variety of agricultural production activities that generate income almost all year. These include vegetables, rubber, lime, and livestock. They can increase food security by growing enough rice for consumption throughout the year. At the same time, they earn extra income from their non-agricultural occupation, money transfers from members of the household or government. Nevertheless, most agricultural households have insufficient income because of the increase in necessary expenses such as fuel costs, telephone charges, and children's expenses. This is one of the reasons for incurring debt. Moreover, loan-dependent production is one of the factors that may lead to the redundancy debt of agricultural households.

There are two main reasons for agricultural household debt. The first reason is an insufficient income to cover expenditure. As agricultural households are now faced with the so-called "old fruit without agricultural worker," agricultural households face the risk of lower incomes in the future. While the amount of spending remains at the same level (about 100,000-150,000 Baht/ household/ year), some necessary expenditure tends to increase, especially for households with children. That is because the spending on education will increase according to the child's education level. The second reason is the loan-dependent production. Most farmers have a debt borrowed for agricultural production; approximately 50,000-100,000 Baht/ household/ year. About half of this debt is allocated for use in agricultural production while the rest is spent on household expenses. The risk of loss and not as expected income cause farmers to fail to repay this portion of debt and leads to the accumulation of debt that is the redundancy debt. Furthermore, property investments, an increase number of loan sources, an increase in expenses related to children (both for education and non-education), and the relaxation of loan conditions all contribute to increasing household debt.

This study provides some recommendations concerning guidelines to solve the debt problems that come from both critical causes. Suggestions are based on alternative career promotion that leads to sufficient income to cover expenses and debt repayment. This is consistent with the conditions of agricultural households, especially in terms of labor force and reduced area size, including the marketing conditions related to logistics costs and changing consumer behavior.