กลุ่มนโยบายสาธารณะและกฎหมาย>น-การพัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ชุมชนเมืองแออัด ในประเทศไทย: การมีส่วนร่วมของชุมชน (ระยะที่ 1)-นงเยาว์ เกษตร์ภิบาล และคณะ
น-การพัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ชุมชนเมืองแออัด ในประเทศไทย: การมีส่วนร่วมของชุมชน (ระยะที่ 1)-นงเยาว์ เกษตร์ภิบาล และคณะ
ผู้วิจัย : ศาสตราจารย์ ดร.นงเยาว์ เกษตร์ภิบาล และคณะ   โพสต์ เมื่อ 28 มิถุนายน 2022

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายและพัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ชุมชนเมืองแออัดในกรุงเทพมหานครและเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างการศึกษาเชิงปริมาณ 1,996 คน และการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยสนทนากลุ่ม 124 คน และสัมภาษณ์เชิงลึก 85 คน ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 ถึงมีนาคม พ.ศ. 2565 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยทำนายการปฏิบัติการป้องกันโรคโควิด-19 ของกลุ่มตัวอย่างต่อบุคคลทั่วไปและบุคคลใกล้ชิด ประกอบด้วย ความเข้มแข็งของชุมชน บริบทแวดล้อม ประสิทธิภาพการสื่อสารของรัฐบาล ความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสาร การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ทัศนคติ และการได้รับวัคซีน 3 เข็ม จากการถอดบทเรียนพบว่า รูปแบบการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ของชุมชนเมืองแออัดในจังหวัดกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ตามแนวคิด CIPP Model ประกอบด้วย บริบท: มีทุนชุมชนและเครือข่ายหลักที่ดี ปัจจัยนำเข้า: มีงบประมาณเพียงพอ มีทีมหลักในการทำงาน มีอุปกรณ์ป้องกัน การติดเชื้อที่เพียงพอ และมีระบบช่วยเหลือสนับสนุน กระบวนการ: สร้างกลุ่มคนของชุมชนทำงานในพื้นที่ เปิดโอกาสให้คนมีส่วนร่วม สร้างค่านิยมร่วมกัน มีบริหารจัดการเชิงพื้นที่ที่ดี และมีแผนสำรองเสมอ และผลลัพธ์: มีทีมเชิงรุกของชุมชน มีความกลมเกลียวสามัคคีของชุมชน ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีฐานข้อมูล ผู้ติดเชื้อในชุมชน และมีระบบบริหารจัดการที่ดี

ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายควรสร้างความเข้มแข็งของชุมชนที่เอื้อต่อการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 จัดทำฐานข้อมูลคนในชุมชน จัดให้มี อสส. ครอบคลุมทุกชุมชนในกรุงเทพมหานคร พัฒนาศักยภาพของแกนนำ ได้แก่ บุคลากรสุขภาพ อสม./อสส. สร้างบริบทแวดล้อมที่เอื้อต่อการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 สร้างภาคีเครือข่ายภายในและภายนอกชุมชนในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 และการสนับสนุนช่วยเหลือคนในชุมชน เน้นการสื่อสารเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ผ่านบุคลากรสุขภาพ อสม./อสส. สื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ โดยการสื่อสารต้องมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ ชัดเจน สั้นกระชับได้ใจความ สื่อสารตรงกัน รวดเร็วทันเวลา และโปร่งใส นอกจากนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการเยียวยาที่เหมาะสม รวมถึงมีการประเมินและติดตามสุขภาพจิตของคนในชุมชนแออัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย

This study aimed to identify predicting factors of COVID-19 outbreaks in urban slum areas, and to develop a model of prevention and control of such. Quantitative data were involving 1,996 participants and qualitative data were gathered using focus group discussions with 124 participants and in-depth interviews with 85 participants between December 2021 and March 2022. Quantitative data were analyzed using descriptive statistics and structural equation modeling [SEM]) and qualitative data were analyzed using content analysis.

The study revealed that predicting factors for COVID-19 prevention practices of the participants both in the context of the general public and close contacts include: community strength, context, effective government communication, reliability of information about COVID-19, perceived information about COVID-19, knowledge of its prevention, attitudes towards its prevention, and receiving three doses of COVID-19 vaccine. From the lessons learned, it was found that models of COVID-19 outbreak prevention and control in urban slums in Bangkok and Chiang Mai follow the CIPP Model framework.

The CIPP Model consists of Context (C): having community capital and networks; Input (I): having enough budget, core team, PPE, and support system; Process (P): capacity building of community members, enhancing community participation, building shared values, area-based management approach, having a backup plan; and Product (P): community proactive team, community harmony, community strength, community infection database, and community management.

Therefore, policymakers should strengthen the prevention and control of COVID-19 outbreak in communities by emphasizing the development of community infection database, building a system for human development of HVs in Bangkok, covering all communities similar to those in other provinces where the VHVs are the coordinator of public health coverage in every village, and creating network partners inside and outside the community to prevent and control COVID-19 outbreaks and support community members. Communications about COVID-19 should focus on HCP, VHVs and HVs, Television, and Facebook. In addition, governments and related organizations should communicate accurately, clearly, and concisely, using single messages transparently and in a timely fashion. Moreover, governments and related organizations should offer appropriate remedial or subsidized measures and continuously evaluate and monitor mental health of people in slums to assist in preventing severe consequences of mental health problems such as suicide.