กลุ่มขับเคลื่อน>ส-กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านวัฒนธรรมโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง : กรณีอําเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย-สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ และคณะ
ส-กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านวัฒนธรรมโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง : กรณีอําเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย-สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ และคณะ
ผู้วิจัย : ผศ.ดร. สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ และคณะ   โพสต์ เมื่อ 26 กรกฎาคม 2022

การศึกษาโครงการ กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านวัฒนธรรมโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง : กรณีอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อใช้การเล่าเรื่องเป็นวิธีการในการสร้างการตระหนักรู้ในกลุ่มนักเรียนเกี่ยวกับทุนชีวิตของพวกเขา (Life Asset) ในชุมชนที่อยู่ในพื้นที่แม่แจ่ม 2) เสริมสร้างนักเรียนให้มีสำนึกด้านอัตลักษณ์ สำนักความเป็นเจ้าของ และพันธกิจต่อชุมชนแม่แจ่มผ่านกระบวนการรวบรวมและบอกเล่าเรื่องราว สนับสนุนการถ่ายโอนความรู้ข้ามรุ่นระหว่างนักเรียนและสมาชิกในชุมชน 3) กระตุ้นการเรียนรู้ของนักเรียน/สร้างความเข้มแข็งให้กับนักเรียน โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีความเป็นเจ้าของกระบวนการทำงาน 4) สร้างสำนึกของความภาคภูมิใจและความสนใจร่วมกันผ่านนิทรรศการและการมีส่วนร่วมกับชุมชนที่เป็นผู้ให้สัมภาษณ์และเป็นผู้ชม 5) เป็นกระบวนการจัดทรัพยากรและการฝึกอบรมให้กับครู เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับไปช่วยนักเรียนผ่านกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวมทั้งทางวิชาการ ทางสังคม และทางอารมณ์ 6) สร้างสำนึกของความภาคภูมิใจและความสนใจร่วมกันผ่านนิทรรศการและการมีส่วนร่วมกับชุมชนที่เป็นผู้ให้สัมภาษณ์และเป็นผู้ชม7) แสดงให้นักเรียนได้เกิดความตระหนักรู้ว่าพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และสถาบันด้านวัฒนธรรมนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและมีหน้าที่รับใช้ชุมชนในฐานะแหล่งความรู้และเป็นพื้นที่ทางกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชนได้ 8) บริหารจัดการทรัพยากรการเรียนรู้และการฝึกอบรมให้กับครูเพื่อให้พวกเขาสามารถกลับไปช่วยนักเรียนผ่านกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวมทั้งทางวิชาการ ทางสังคม และทางอารมณ์

จากการศึกษาพบว่า 1. กระบวนการ เล่าเรื่อง เป็นเครื่องมือในการสร้างการตระหนักรู้ทุนชีวิตของนักเรียน ผ่านกิจกรรมกลุ่ม และการจัดนิทรรศการ เป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่อง 2. เกิดการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สำหรับนักเรียน ทั้งทักษะในการสื่อสาร ทักษะในการทำงานเป็นทีม ทักษะในการวิเคราะห์ และ ทักษะในการสร้างสรรค์ 3. การเสริมสร้างนักเรียนให้มีสำนึกด้านอัตลักษณ์ สำนึกความเป็นเจ้าของ และพันธกิจต่อชุมชนผ่านกระบวนการสร้างความมั่นใจ กระบวนการทำให้นักเรียน เป็นพลเมืองผู้ตื่นรู้ กระบวนการเรียนรู้รากเหง้า รู้สิทธิ รู้เท่าทันการเปลี่ยน 4. สนับสนุนการถ่ายโอนความรู้ข้ามรุ่นระหว่างนักเรียนและสมาชิกในชุมชนผ่านกระบวนการการเชื่อมโยงสัมพันธภาพระหว่างนักเรียนกับชุมชน การสร้างและพัฒนาบทบาทของครู และพิพิธภัณฑ์ ในการทำหน้าที่ส่งต่อความรู้ การพัฒนาทักษะในการบูรณาการกระบวนการจัดเรียนรู้เข้ากับรายวิชาของครูที่เข้าร่วมโครงการรับผิดชอบ 5. จัดทรัพยากรและการฝึกอบรมให้กับครูผ่านการจัดทรัพยากรและพื้นที่ให้ครูเรียนรู้จากผู้สอนมาเป็นผู้เอื้อกระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน และการจัดการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง 6. ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของนักเรียน จำนวนทั้งหมด 10 ผลิตภัณฑ์ 7. การสะท้อนผลการเรียนรู้จากโครงการของนักเรียนมีทั้งด้าน Head ความรู้ Heart ความรู้สึกและทัศนคติ และ Hand ทักษะทางวัฒนธรรม

A Framework for Community-Centric Cultural Sustainability, The Case of Mae Chaem District, Chiang Mai, Thailand. has the following objectives:

  1. To use storytelling as a method to raise awareness among students of the importance of their life as an asset in the communities of Mae Chaem area,
  2. To build capacity in students of a sense of identity, ownership, and commitment to the Mae Chaem community through the process of collecting and telling stories which support the transfer of knowledge across generations between students and community members,
  3. To stimulate student learning and strengthen student confidence by providing the opportunity to take ownership of the work process,
  4. To create a sense of pride and shared interest through exhibitions and participation with the community members who are the interviewees and attendants at the exhibitions,
  5. To allocate resources and train teachers so that they can return to help students through a holistic learning process in academic, social, and emotional aspects,
  6. To create awareness among the students, that museums, libraries and cultural institutions are part of the community and have a duty to serve the community as a source of knowledge and a space for community activities.

The study found that:

  1. The storytelling process was a tool to raise awareness of students' Life Asset through group activities and exhibition. These activities became the tools for storytelling,
  2. Development of learning skills in the 21st century for students in communication, teamwork, analysis, and creativity,
  3. Through building capacity, students develop a sense of identity, ownership, and commitment to the community. Students became active citizens, knew their roots and rights, and were adaptable to change,
  4. There was a support in the transfer of knowledge across generations between students and members of the community through the process of building the relationship between students and the community. In addition, teachers’ and museums’ role were developed in transferring knowledge, and developing skills to integrate the learning process with the teachers’ courses,
  5. Teachers were allocated resources and training and were provided space to become facilitators, using community-based learning process and learning through real action,
  6. Students created 10 projects.
  7. Reflection was done to learn from the results of the student projects to assess the Head - Knowledge, Heart - Feelings and Attitudes, and Hand - Cultural Skills.