กลุ่มนโยบายสาธารณะและกฎหมาย>ว- นโยบายสาธารณะและความพึงพอใจในชีวิตของคนไทย 4.0 (ระยะที่ 1)-วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ และคณะ
ว- นโยบายสาธารณะและความพึงพอใจในชีวิตของคนไทย 4.0 (ระยะที่ 1)-วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ และคณะ
โพสต์ เมื่อ 13 เมษายน 2021

การสำรวจความพึงพอใจในชีวิตเป็นเครื่องมือที่นิยมในการใช้วัดคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ หนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในชีวิตนั่นคือนโยบายสาธารณะ เช่น ประชาชนในประเทศที่มีระบบสวัสดิการสังคมที่ดีมักมีความพึงพอใจในชีวิตสูงกว่าประเทศอื่น นอกจากนั้นแล้วการศึกษาความพึงพอใจในชีวิตยังช่วยในการประมาณ “ราคาเงา” ของสินค้าหรือบริการที่ไม่มีตลาด ราคาเงาช่วยบอกว่าคนในสังคมให้คุณค่ากับสิ่งที่ถูกประเมินมากน้อยเพียงใดเมื่อเปรียบเทียบอรรถประโยชน์ที่ได้จากเงินตรา ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ เยอรมัน ออสเตรเลีย ได้มีการสำรวจความพึงพอใจในชีวิตของคนในประเทศเป็นประจำเพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต และการออกแบบนโยบายสาธารณะ ในขณะที่ประเทศไทยมีวัฒนธรรม บรรทัดฐานทางสังคม รวมไปถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงอาจทำให้ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในชีวิตแตกต่างออกไป

การศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในชีวิตได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินราคาเงาของสิ่งแวดล้อมหรือกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งเป็นการวิเคราะห์หามูลค่าของสิ่งแวดล้อมหรือกิจกรรมทางสังคมที่มีคุณค่าต่อสาธารณะ แต่สิ่งแวดล้อมหรือกิจกรรมเพื่อสังคมเหล่านั้นไม่มีราคาตลาด การประเมินราคาเงานั้นช่วยบ่งบอกว่าคนในสังคมให้คุณค่ากับสิ่งที่ถูกประเมินมากน้อยเพียงใด เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าของเงินตรา และทำให้เราสามารถวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ของโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมออกมาเป็นมูลค่าของเงินตราได้ และสามารถช่วยทำให้เราทราบว่าคนไทยให้คุณค่า (มูลค่า) กับพฤติกรรมหรือสถานการณ์ทางสุขภาพสังคม และวัฒนธรรมอย่างไร

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ
(1) ประยุกต์แนวคิดความพึงพอใจในชีวิตเพื่อวิเคราะห์ราคาเงา ของปัจจัยทางสุขภาพ สังคม และทุนทางสังคม และ
(2) สำรวจความพึงพอใจในชีวิตของคนไทย ที่ครอบคลุมปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และบรรทัดฐานทางสังคม โดยเน้นความแตกต่างระหว่างรุ่นซึ่งจะช่วยทำให้สามารถนำไปวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และบรรทัดฐานทางสังคม ต่อความพึงพอใจในชีวิตของคนไทย