กลุ่มส่องโลกปริทรรศน์>ส-ผลของการมีครอบครัวและบุตรต่อโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้หญิงไทย-สุพรรณิกา ลือชารัศมี และ อนัสปรีย์ ไชยวรรณ
ส-ผลของการมีครอบครัวและบุตรต่อโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้หญิงไทย-สุพรรณิกา ลือชารัศมี และ อนัสปรีย์ ไชยวรรณ
ผู้วิจัย : ผศ.ดร.สุพรรณิกา ลือชารัศมี และ ผศ.ดร.อนัสปรีย์ ไชยวรรณ   โพสต์ เมื่อ 18 กรกฎาคม 2022

การมีส่วนร่วมและโอกาสทางเศรษฐกิจมีผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชากร ทั้งผู้ชายและผู้หญิงประสบปัจจัยเสี่ยงในแต่ละช่วงชีวิตที่ลดโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ประสบความยากลำบากทางเศรษฐกิจของประชากรทั้งในระยะสั้นและระยะยาวในวัยสูงอายุ โดยปัจจัยเสี่ยงบางส่วนแตกต่างกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิง เนื่องจากปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของผู้หญิงมากที่สุด คือ ปัจจัยด้านการมีครอบครัวและการมีบุตร การศึกษานี้จึงมีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของการมีครอบครัวและการมีบุตรต่อการมีส่วนร่วมและโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้หญิงไทยในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ตลอดจนความเสี่ยงต่อการประสบภาวะความยากจนตลอดช่วงชีวิต รวมทั้งเปรียบเทียบผลกระทบกับกรณีของผู้ชายไทย

การศึกษานี้ใช้ข้อมูลภาพตัดขวางจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ปี 2554 และ 2562 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติในการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าสถิติของการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน การทำงานทักษะสูงและรายได้ของผู้หญิงและผู้ชายที่มีโครงสร้างครอบครัวแตกต่างกันสี่แบบ ประกอบด้วย (1) โสด/ไม่อยู่กับสามีและไม่มีบุตร (NS-NC) (2) แม่เลี้ยงเดี่ยว (NS-WC) (3) อยู่กับสามีแต่ไม่มีบุตร (WS-NC) (4) อยู่กับสามีและมีบุตร (WS-WC) ตลอดจนเปรียบเทียบความเสี่ยงในการประสบภาวะยากจน ทั้งนี้ การประมาณค่าผลกระทบของการมีครอบครัวและการมีบุตรต่อการมีส่วนร่วมและโอกาสทางเศรษฐกิจนั้น มีปัญหาที่สำคัญคือการเกิดอคติที่เกิดจากการเลือก (Selection bias) ที่ผู้หญิงที่มีความสามารถสูงหรือให้ความสำคัญกับความสำเร็จในอาชีพมีแนวโน้มที่จะเลือกไม่มีบุตรหรือมีบุตรช้า เมื่อผู้หญิงกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะทำงานและมีรายได้สูงกว่าผู้หญิงกลุ่มอื่น ขนาดของผลกระทบที่ประมาณค่าได้จะมีขนาดใหญ่เกินความเป็นจริง การเปรียบเทียบค่าสถิติโดยตรงจึงอาจจะไม่เพียงพอ การศึกษานี้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แบบจำลอง Multinomial treatment model โดย Deb (2009) ซึ่งประมาณค่าผลกระทบโดยชดเชยอคติที่เกิดจากการเลือกมีบุตรและอาศัยอยู่กับคู่สมรสแล้ว  

ผลการศึกษาจากค่าสถิติพบว่า ผู้หญิงกลุ่มที่โสดหรือไม่อาศัยอยู่กับคู่สมรส และไม่มีบุตร มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานสูง ทำงานทักษะสูง รายได้สูง มีความสามารถในการสะสมสินทรัพย์ในวัยทำงานสูง และมีความเสี่ยงที่จะประสบภาวะยากจนต่ำกว่าผู้หญิงกลุ่มอื่น ๆ ทั้งในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นไปจนถึงวัยสูงอายุ กล่าวคือ การอาศัยอยู่กับคู่สมรสหรือการมีบุตรลดการมีส่วนร่วมและโอกาสทางเศรษฐกิจต่อผู้หญิงในระยะยาว ในขณะที่ในกรณีของผู้ชาย ผู้ชายที่อาศัยอยู่กับคู่สมรสมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมและมีโอกาสในตลาดแรงงานมากกว่าและมีความเสี่ยงที่จะประสบภาวะยากจนต่ำกว่าผู้ชายกลุ่มที่ไม่อาศัยอยู่กับคู่สมรส ผลกระทบของการมีบุตรต่อผู้ชายแตกต่างกันในแต่ละมิติและช่วงอายุ นั่นคือ การมีครอบครัวและการมีบุตรไม่ได้ส่งผลเชิงลบต่อโอกาสในตลาดแรงงานของผู้ชายมากเท่ากรณีของผู้หญิง

เมื่อพิจารณาผลการศึกษาจากแบบจำลอง Multinomial treatment model พบว่า การอาศัยอยู่กับคู่สมรสไม่เพียงแต่ไม่ลดโอกาสที่ผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นจะเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือไม่ลดรายได้ แต่ยังทำให้พวกเขาทำงานมากขึ้นและมีรายได้สูงขึ้นด้วย หากแต่ว่า การมีบุตรอาศัยอยู่ในครัวเรือนลดโอกาสที่ผู้หญิงจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ลดชั่วโมงการทำงานและลดรายได้ลง สำหรับผู้ชายในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ผลกระทบของการมีคู่สมรสและบุตรในครัวเรือนมีความคล้ายคลึงกับผลการศึกษาในกรณีของผู้หญิง ยกเว้นมิติของการมีส่วนร่วมของกำลังแรงงานในกรณีที่ทั้งคู่สมรสและบุตรอยู่ด้วยกันในครัวเรือน (WS-WC) ในขณะที่ผู้หญิงที่อาศัยอยู่กับคู่สมรสและบุตรจะมีโอกาสเข้าร่วมในตลาดแรงงานน้อยกว่ากลุ่มโสด/ไม่อยู่กับสามีและไม่มีบุตร (NS-NC)  ผู้ชายกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะทำงานมากกว่า

จากผลการศึกษาทั้งสองส่วน ความแตกต่างของการมีส่วนร่วมและโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้หญิงที่มีบุตรเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่ไม่มีบุตร หรือของผู้หญิงที่อาศัยอยู่กับคู่สมรสเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่โสดหรือไม่อยู่กับคู่สมรสนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยที่สามหรืออคติที่เกิดจากการเลือกมากกว่าภาวะการมีบุตรหรือการอาศัยอยู่กับคู่สมรสโดยตรง โดยปัจจัยที่สำคัญที่สุดจากการศึกษานี้ คือ การศึกษา ผู้หญิงที่อาศัยอยู่กับคู่สมรสหรือมีบุตรคือคนที่มีการศึกษาต่ำ จึงมีโอกาสในตลาดแรงงานลดลงและประสบความยากจนมากขึ้น ดังนั้น ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายหลักของการศึกษานี้ คือ ไม่ว่าผู้หญิงจะมีสถานะทางครอบครัวอย่างไร สิ่งที่สำคัญคือการสร้างทุนมนุษย์ผ่านการศึกษาในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นเพื่อเพิ่มทักษะและโอกาสในตลาดแรงงานต่อไป

Economic participation and opportunities directly affect the well-being of the population. Both men and women experience risk factors at different stages of life that reduce their economic opportunities. These factors may result in short-term and/or long-term economic hardships. Some of the risk factors differ between men and women and the main factors that affect labor market opportunities for women includes marriage and childbearing. Therefore, the purpose of this study is to analyze the impact of childbearing and living with a spouse on the participation and economic opportunities for Thai women in early adulthood. It also examines the risk of experiencing poverty throughout life. In addition, this study compares the effects with the case of Thai men.

This study used cross-sectional data from the 2011 and 2019 Socio-Economic Survey by Thailand’s National Statistical Office for statistical analysis of labor force participation, high-skilled work, and income, as well as comparing the risks of experiencing poverty, for women and men with four different household structures including (1) single/no spouse and no child presented in the household (No spouse, no child: NS-NC), (2) single parent (No spouse, with child: NS-WC), (3) spouse presented in the household but no child presented in the household (With spouse, no child: WS-NC) and (4) both spouse and child presented in the household (With spouse, with child: WS-WC). The estimation of the impacts of living with a spouse and childbearing on economic participation and opportunity faces a crucial problem of selection bias, in which women with higher qualification or a focus on career success are more likely to choose to remain single or not have children. As these women are more likely to work and earn higher income, the estimated impact can be overestimated. For this reason, simple statistical comparison may not be sufficient. This study adopted the Multinomial treatment model by Deb (2009) as the model can adjust for selection bias.

The results of the basic statistics analysis show that women who are single or do not live with their spouses and have no children are more likely to participate in the labor force, work in high-skilled positions, have high income and have a lower risk of suffering from poverty compared to other groups in all age ranges. That is, living with a spouse or having children reduces long-term participation and economic opportunities for women. In contrast, men who live with their spouses are more likely to participate and have a higher opportunity in the labor market and are at a lower risk of poverty than those who do not live with their spouses. The impact of childbearing on men varies in different dimensions and age ranges. Family and childbearing factors affect economic opportunities for women more than for men.

Using the multinomial treatment model, the results suggest that the presence of a spouse in the household not only does not reduce the likelihood of female young adults entering the labor market or reduce their incomes, but also leads them to work more and earn higher incomes. However, the presence of children reduces the likelihood that women will enter the labor market, reduce their hours of work, and reduce their incomes. For male young adults, the effects of the presence of a spouse and a child in the household are similar to those for women, except for the labor force participation dimension in the case that both the spouse and the child live together in the household. While female workers living with a spouse and a child are less likely to participate in the labor market, male workers are more likely to work.

From the results of both parts of the study, the differences in the participation and economic opportunities for women with different family structure are partially caused by third factors and selection bias rather than directly from the choice to live with a spouse or have children. This study found that the most important factor is education. Married women with children tend to have lower education and, thus, face a lower opportunity in the labor market and a higher risk of poverty. Consequently, the key policy recommendation from this study is that, regardless of family structure, it is important to build human capital through education for female adolescents to enhance skills and improve opportunities in the labor market.