กลุ่มขับเคลื่อน>น-การสังเกตการณ์และเสริมสร้างพฤติกรรมคนเมืองเพื่อขับเคลื่อน และสร้างการเปลี่ยนแปลงเมืองโดยใช้ข้อมูลนํา กรณีศึกษาเมืองเชียงใหม่-นิรมล เสรีสกุล และคณะ
น-การสังเกตการณ์และเสริมสร้างพฤติกรรมคนเมืองเพื่อขับเคลื่อน และสร้างการเปลี่ยนแปลงเมืองโดยใช้ข้อมูลนํา กรณีศึกษาเมืองเชียงใหม่-นิรมล เสรีสกุล และคณะ
ผู้วิจัย : ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล และคณะ   โพสต์ เมื่อ 20 กรกฎาคม 2022

หัวหน้าโครงการ: ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล

สังกัด:  ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มการศึกษา: กลุ่มขับเคลื่อน

ระยะเวลาดำเนินงาน: 12 เดือน (1 เม.ย. 64 - 31 มี.ค. 65)

ปีที่ดำเนินโครงการภายใต้แผนงานฯ: ปีที่ 2

คณะวิจัย

1. นายอดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้

2. นางสาวธนพร โอวาทวรวรัญญู

บทคัดย่อ

โครงการการสังเกตการณ์และเสริมสร้างพฤติกรรมคนเมืองเพื่อขับเคลื่อน และสร้างการเปลี่ยนแปลงเมืองโดยใช้ข้อมูลนํา กรณีศึกษา เมืองเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คําปรึกษา และทํางานร่วมกันกับภาคีขับเคลื่อนประชาคมเมืองเชียงใหม่ และเพื่อศึกษา รวบรวม ออกแบบระบบฐานข้อมูลสําหรับภาคีขับเคลื่อนตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วม ถอดบทเรียนความสําเร็จ และร่วมกันแก้ปัญหา อุปสรรค เพื่อเสนอแนะยุทธศาสตร์ระยะยาวในการขับเคลื่อนการพัฒนา สร้างการเปลี่ยนแปลงเมืองเชียงใหม่

จากการศึกษา พบว่า การทํางานการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเมืองของเครือข่ายทางสังคมเมืองเชียงใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีองค์ประกอบที่ครอบคลุมในทุกมิติ กล่าวคือ มีการใช้ข้อมูลนําเพื่อสร้างความสนใจร่วม หรือสร้างให้เกิดข้อได้เปรียบในการเจรจาต่อรองหรือขับเคลื่อนการพัฒนามีส่วนร่วมของภาคส่วนในสังคมในการเสนอแนะ ยับยั้งการพัฒนาเมือง รวมถึงการสื่อสารและส่งต่อเจตนารมณ์ในการเคลื่อนไหวทางสังคมเมืองเชียงใหม่มากว่าศตวรรษของการเคลื่อนไหวทางสังคมเมืองเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนยังมีข้อจํากัดทั้งด้านการเคลื่อนงานพัฒนา ขาดกลไกการเชื่อมโยงผู้เข้ามาร่วมทํางาน ดังนั้นคณะวิจัย จึงมีข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการสร้างการมีส่วนร่วมที่ครบองค์ประกอบโดยเพิ่มอํานาจและความสนใจของภาคเอกชนในบทบาทการมีส่วนร่วมด้านการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเมือง รวมถึงเพิ่มการประสานนโยบายระหว่างรัฐส่วนกลางกับท้องถิ่น 2) ด้านการใช้ข้อมูลเป็นฐานการขับเคลื่อนและจุดเชื่อมความสนใจร่วม สิ่งสําคัญ คือ ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ และขีดความสามารถในการจัดการ และประยุกต์ใช้ข้อมูลเมือง และ 3) ด้านการสื่อสารที่ทรงพลังทั้งระหว่างภายในภาคีและต่อสาธารณะเพื่อขยายผลการสื่อสารสาธารณะและความสนใจ โดยใช้พลังการสื่อสารผ่านสื่อกระแสหลัก ร่วมกับสื่อใหม่เพื่อสร้างการตระหนักรู้ และขับเคลื่อนข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงเมืองเชียงใหม่

Abstract

This Project is called “Urban Behavior Observation and Reinforcement” which has the objective to advocate for change in the city by focusing on a case study of Chiang Mai City. The Project implementers consulted and collaborated with development partners to advocate for change in the Chiang Mai urban community. This involved the study, compilation, and design of a database system for advocacy, as well as creation of synergies from active participation by partner agencies. The Project has distilled lessons learned about successful aspects of implementation, and synthesized the results of attempts to solve problems and obstacles as a basis for proposing long-term strategies for driving development and creating change in Chiang Mai City.

This study found that the advocacy effort of the social network for urban transformation of Chiang Mai has been continuous and effective to some extent. The Project partners compiled and disseminated data across a range of dimensions to generate broad public interest. That public support confers an advantage in negotiating or advocating for social sector participation in making recommendations, making the case against some forms of undesirable urban development, and expressing the future intentions in the social movement for Chiang Mai.

However, the advocacy movement still has limitations in terms of influencing the direction of urban development work. There is a lack of mechanisms to link participants in the effort. Based on the experience from this project, the research team offers the following three strategic recommendations: (1) There should be a more complete configuration of participation, first by increasing the power and interest of the private sector to play a bigger role in advocating for urban change and, next, by increasing the coordination of policies between the central authorities and the local power brokers; (2) With regard to using data as a base of advocacy and linking points of common interests, it is important to create knowledge, understanding, and management capabilities, and apply urban data to complement that effort; and (3) There needs to be more effective communication between the development partners with the public to expand the reach and target audience, and more use of the power of communication through the mainstream media together with new media channels to create broad awareness and advocate for proposals to change the city of Chiang Mai for the better.